PEA ร่วมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี

29 พฤษภาคม 2569
PEA ร่วมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี

PEA ร่วมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนกรม หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามการก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่ และอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ตามโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี

การประชุมฯในครั้งนี้ เป็นการร่วมสะท้อนภาพความสำเร็จในการบูรณาการทำงานอย่างยั่งยืน ระหว่างกรมโยธาธิการและผังเมือง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยน้อมนำพระราชดำริ "สืบสาน รักษา และต่อยอด" มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์สำคัญในครั้งนี้ครอบคลุมการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่หุบกะพงและห้วยทรายใต้ การบริหารจัดการระบบน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค และการขยายเขตระบบไฟฟ้าในพื้นที่แก้มลิงลำห้วยใหญ่ ซึ่ง PEA สนับสนุนการดำเนินงานขยายเขตระบบไฟฟ้าพร้อมติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า บริเวณสถานีสูบน้ำลำห้วยใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อรองรับการบริหารจัดการน้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยดำเนินงานขยายเขตระบบไฟฟ้าเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ระยะทางประมาณ 800 เมตร พร้อมติดตั้งเสาไฟฟ้าขนาด 12 เมตร จำนวน 1 ต้น รวมถึงการพาดสายไฟฟ้าแรงสูงภายในพื้นที่ ระยะทางประมาณ 75 เมตร ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์หัวเสา และติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าครบถ้วน ปัจจุบันงานก่อสร้างและติดตั้งระบบไฟฟ้าแล้วเสร็จ พร้อมจ่ายกระแสไฟฟ้าเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบสูบน้ำ สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร และสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ข่าว: กองสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร
ภาพ: กระทรวงมหาดไทย


แชร์โพสต์นี้