เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้ใช้บริการ และคู่ค้าของการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค รวมถึงผู้ซึ่งได้รับความยินยอมให้ทำงาน หรือทำประโยชน์ให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ ในสถานประกอบกิจการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม หรือเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลอื่นที่ กฟภ. เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทราบและเข้าใจนโยบายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีประสิทธิภาพและสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2503 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงวางนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ดังต่อไปนี้
ขอบเขต
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการผลิต จัดให้ได้มา จัดส่ง และจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า รวมถึงดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่อง หรือที่เป็นประโยชน์แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศและประชาชน โดยมีข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก จึงได้กำหนดนโยบายที่เกี่ยวกับเงื่อนไขและวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
คำนิยาม
“กฟภ.” หมายความว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
“ข้อมูล” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราว ข้อเท็จจริง หรือเรื่องอื่นใด ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเอง หรือผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของ เอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพถ่ายดาวเทียม ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียงการบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือตรวจวัดการสำรวจระยะไกล หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้
“เจ้าของข้อมูล” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่ข้อมูลนั้นสามารถระบุตัวตนไปถึงได้
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้ระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถแยกแยะตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลออกจากบุคคลอื่น สามารถติดตามพฤติกรรม หรือสามารถเชื่อมโยงกับชุดข้อมูลอื่นแล้วทำให้สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
“เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Protection Officer: DPO) หมายความว่า ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบการดำเนินงาน ประสานงาน และให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
1. การเก็บรวบรวม การใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
1.1 กฟภ. จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ลูกจ้าง ผู้ใช้บริการ และคู่ค้าของ กฟภ. รวมถึงผู้ซึ่งได้รับความยินยอมให้ทำงานหรือทำประโยชน์ให้แก่ กฟภ. หรือในสถานประกอบกิจการของ กฟภ. ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ กฟภ. เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของ กฟภ. และเพื่อปรับปรุงคุณภาพของการให้บริการแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น
ในกรณีการให้บริการทางเว็บไซต์หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ กฟภ. จะเก็บบันทึกข้อมูล การเข้าใช้บริการโดยระบบอัตโนมัติ เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบย้อนหลัง กรณีที่เกิดปัญหาการใช้บริการ โดยจะเก็บรักษาข้อมูลเท่าที่จำเป็น
ในกรณีที่มีความจำเป็น กฟภ. อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เพื่อปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และหรือปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพการให้บริการของ กฟภ. โดยจะแจ้งถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ
1.2 กฟภ. อาจส่ง โอน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคล หน่วยงาน องค์กร นิติบุคคลใด ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
1.3 กฟภ. จะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอม จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
1.3.1 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดกับชีวิต สุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
1.3.2 เพื่อปฏิบัติตามสัญญา
กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความจำเป็นต่อการให้บริการหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและ กฟภ.
1.3.3 เพื่อปฏิบัติภารกิจของรัฐ
กรณีมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ การปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจรัฐที่ กฟภ. ได้รับมอบหมาย โดย กฟภ. จะพิจารณาถึงความจำเป็นระหว่างการดำเนินภารกิจและสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
1.3.4 เพื่อประโยชน์อันชอบธรรม
กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมในการดำเนินงานของ กฟภ. เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
1.3.5 เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ
กรณีที่มีการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
1.3.6 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
กรณีที่ กฟภ. มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ที่มีอำนาจ
1.4 กฟภ. จะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทาง การเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยชัดแจ้งเท่านั้น หรือมีข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด
1.5 กฟภ. จะดำเนินการขอความยินยอมเท่าที่จำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่อาจใช้ฐานทางกฎหมายอื่น เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ กรณีที่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้เยาว์ หรือจากผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ กฟภ. จะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามแต่กรณี ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนสามารถใช้สิทธิถอนความยินยอมได้ ตามข้อ 3.4
1.6 กฟภ. จะจัดเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้ใน การดำเนินงาน โดยคำนึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วน ความพร้อมใช้ และความเป็นปัจจุบันของข้อมูล เพื่อรักษาคุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล
2. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
กฟภ. จะรักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ซึ่ง กฟภ. จะกำหนดมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) ที่เหมาะสม รวมถึงมาตรการทางกายภาพ (Physical Measures) ที่จำเป็นด้วย โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสที่จะเกิดและผลกระทบจากเหตุละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคล โดยจะดำเนินการให้สอดคล้องตามประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรื่อง นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกฟภ. จะรักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ซึ่ง กฟภ. จะกำหนดมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) ที่เหมาะสม รวมถึงมาตรการทางกายภาพ (Physical Measures) ที่จำเป็นด้วย โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสที่จะเกิดและผลกระทบจากเหตุละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคล โดยจะดำเนินการให้สอดคล้องตามประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรื่อง นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
3. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถร้องขอให้ กฟภ. ดำเนินการตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
3.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือชี้แจงถึงการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม โดย กฟภ. จะจัดเตรียมหรือจัดทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามช่องทางการสื่อสารของ กฟภ.
ทั้งนี้ กฟภ. มีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอ หากเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล หรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
3.2 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง เป็นปัจจุบัน ครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยจะต้องนำหลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดง หาก กฟภ. เห็นว่าการขอแก้ไขข้อมูลนั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอ กฟภ. จะปฏิเสธคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและจะบันทึกเหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอไว้เป็นหลักฐาน
3.3 สิทธิในการลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องขอลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัว เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดย กฟภ. จะดำเนินการตามคำร้องขอภายใต้เงื่อนไข ดังนี้
(1) เมื่อหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์
(2) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพิกถอนความยินยอม และ กฟภ. ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(3) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติภารกิจของรัฐและเพื่อประโยชน์อันชอบธรรม และ กฟภ. ไม่สามารถปฏิเสธการคัดค้านได้
(4) ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ กฟภ. มีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอ กรณีดังนี้
(ก) การเก็บรักษาไว้เพื่อความจำเป็นในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
(ข) การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ จดหมายเหตุ ฯลฯ
(ค) การเก็บรักษาไว้เพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ กฟภ. หรือปฏิบัติตามอำนาจรัฐที่ กฟภ. ได้รับมอบหมาย
(ง) การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 1.4 ที่มีความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ด้านเวชศาสตร์ป้องกัน อาชีวเวชศาสตร์ ประโยชน์ด้านการสาธารณสุข และอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
(จ) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย
3.4 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
กรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไว้กับ กฟภ. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องขอเพิกถอนความยินยอมนั้นได้ โดย กฟภ. จะแจ้งผลกระทบของการเพิกถอนความยินยอม และดำเนินการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่รวมถึงการดำเนินการอื่นใดที่ได้กระทำก่อนที่จะมีการใช้สิทธิเพิกถอนความยินยอม ทั้งนี้ กฟภ. มีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอ หากมีข้อจำกัดสิทธิ ในการเพิกถอนความยินยอมโดยกฎหมาย
3.5 สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้จากเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทั่วไป รวมทั้งมีสิทธิขอตรวจสอบการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
(1) ต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมใน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(2) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความจำเป็นต่อ การให้บริการ หรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและ กฟภ. ตามข้อ 1.3.2
ทั้งนี้ กฟภ. จะปฏิเสธการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น โดย กฟภ. จะบันทึกเหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอไว้เป็นหลักฐาน
3.6 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องขอห้ามมิให้ กฟภ. ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตามเงื่อนไข ดังนี้
(1) กฟภ. อยู่ระหว่างดำเนินการ ตามข้อ 3.2 หากตรวจสอบได้ว่าข้อมูลนั้นถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว กฟภ. สามารถปฏิเสธคำร้องขอดังกล่าวได้
(2) เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ใช้สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตามข้อ 3.3 (4) แต่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลขอให้ระงับการใช้แทน ทั้งนี้ กฟภ. จะปฏิเสธคำร้องขอดังกล่าว หากสามารถอ้างฐานทางกฎหมายอื่นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
(3) เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้น แต่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อการก่อตั้งสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(4) กฟภ. อยู่ระหว่างการพิสูจน์เพื่อปฏิเสธการคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามสิทธิข้อ 3.7
3.7 สิทธิในการคัดค้าน
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลได้ ตามเงื่อนไข ดังนี้
(1) เพื่อการปฏิบัติภารกิจของรัฐและเพื่อประโยชน์อันชอบธรรม ตามข้อ 1.3.3 และ 1.3.4 ทั้งนี้ กฟภ. จะปฏิเสธการคัดค้าน หากพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(2) เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สถิติ ทั้งนี้ กฟภ. จะปฏิเสธการคัดค้าน หากมีความจำเป็นในการดำเนินตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ กฟภ.
โดย กฟภ. จะบันทึกเหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ หากไม่เข้าข้อยกเว้น การปฏิเสธการคัดค้าน กฟภ. จะไม่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไป โดยจะแยกส่วนออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจน เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งการคัดค้านให้ กฟภ. ทราบ
3.8 สิทธิการได้รับแจ้งข้อมูล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิจะได้รับแจ้งข้อมูล กรณีที่ กฟภ. ได้รับข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง หรือได้รับจากบุคคลที่สาม ตามช่องทางสื่อสารของ กฟภ.
3.9 สิทธิการร้องเรียน
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถสอบถามหรือร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามช่องทางที่ กฟภ. กำหนด หรือมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
4. ข้อสงวนสิทธิ
กฟภ. ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำร้องขอตามข้อ 3. กรณีดังต่อไปนี้
(1) การปฏิเสธคำร้องขอนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย
(2) ส่วนบุคคลถูกทำให้ไม่ปรากฏชื่อ หรือบอกลักษณะอันสามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
(3) ผู้ยื่นคำร้องไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือเป็นผู้มีอำนาจในการยื่นคำร้องขอดังกล่าว
(4) คำร้องขอดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล เช่น กรณีที่ผู้ร้องขอไม่มีสิทธิตามกฎหมาย หรือไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ที่ กฟภ. เป็นต้น
(5) คำร้องขอดังกล่าวเป็นคำร้องขอฟุ่มเฟือย เช่น เป็นคำร้องขอที่มีลักษณะเดียวกัน หรือมีเนื้อหาเดียวกันซ้ำ ๆ กันโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นต้น
5. เหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
หาก กฟภ. พบเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือเหตุการณ์ผิดปกติเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูล ส่วนบุคคล กฟภ. จะดำเนินการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด รวมถึงจะดำเนินการแก้ไขโดยเร็วเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ หากผู้ใดพบเห็นหรือทราบเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ได้ตามช่องทางที่ กฟภ. กำหนด เพื่อดำเนินการต่อไป
6. การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6.1 กฟภ. จะปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและการดำเนินงานของ กฟภ. รวมถึงอาจปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดย กฟภ. จะประกาศให้ทราบอย่างชัดเจนก่อนจะเริ่มดำเนินการ หรืออาจแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยตรงตามช่องทางการสื่อสารของ กฟภ.
6.2 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถให้ข้อคิดเห็นและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ตามช่องทางดังนี้
- อีเมล์ dpo@pea.co.th
- สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ เลขที่ 200 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
- โทร 1129 PEA Contact Center
- สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ
เอกสาร นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) พ.ศ. 2569

