แบนเนอร์

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

รูปimages.jpg?ver=2018-08-22-091723

  • ความเป็นมา

  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยในปี 2503 ทรงมีพระราชดำริที่จะสงวนป่าต้นยางที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ไว้เป็นสวนสาธารณะด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะมีราษฎรเข้ามาทำไร่ทำสวนในบริเวณนั้นมาก ในปี 2504 จึงทรงทดลองปลูกต้นยางเอง ในเขตอำเภอท่ายาง พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวลหัวหิน และทรงปลูกต้นยางนาเหล่านั้นในแปลงทดลองใกล้พระตำหนักเรือนต้น สวนจิตรลดา ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพรรณไม้จากภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มาปลูกในบริเวณที่ประทับสวนจิตรลดา เพื่อให้เป็นที่ศึกษาพรรณไม้ ต่อมาในปี 2529 ทรงเปิดอาคารห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชที่โครงการส่วน พระองค์ฯ โดยได้ทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และเผยแพร่ความรู้ที่ได้สู่ประชาชน


     เดือนมิถุนายน พ.ศ.2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริกับนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง และผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา ให้อนุรักษ์พืชพรรณของประเทศและดำเนินการเป็นธนาคารพืชพรรณ



  โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ได้เริ่มดำเนินการโดยฝ่ายวิชาการโครงการส่วนพระองค์ฯ สำหรับงบประมาณดำเนินงานนั้น สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้สนับสนุนให้กับโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ โดยจัดสร้างธนาคารพืชพรรณขึ้นในปี 2536 สำหรับเก็บรักษาพันธุกรรมพืชที่เป็นเมล็ดและเนื้อเยื่อ และสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานทุกกิจกรรมของโครงการ พ.ศ 2536 จนถึงปัจจุบัน



  • กิจกรรมร่วมสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) ประจำปี 2566

    

 โครงการ PEA ปลูก ดูแล รักษ์ป่า
     

     เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566 PEA จัดโครงการ PEA ปลูก ดูแล รักษ์ป่า ในพื้นที่ชุมชนบ้านเหล่าพัฒนา หมู่ที่ 22 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยดำเนินการปลูก และดูแลบำรุงรักษา ต่อเนื่องระยะเวลา 5 ปี (ปี 2564-2568) ปีละ 100 ไร่ รวมทั้งสิ้น 500 ไร่ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 ถึงปัจจุบัน ปลูกต้นไม้ไปแล้ว ทั้งสิ้น 47,850 ต้น สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 426.26 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนพื้นที่ป่าลดปัญหาป่าเสื่อมโทรม ลดปัญหาไฟป่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งเป็นการสร้างภาคีเครือข่ายภาคประชาชนให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องตามการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) มิติด้านสิ่งแวดล้อม เป้าหมายที่ 13 : ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น และ เป้าหมายที่ 15 : ปกป้องฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพดิน และหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ







  • กิจกรรมร่วมสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) ประจำปี 2565

     1. โครงการ PEA Go Green (กิจกรรมปลูกป่าชุมชน)
      ดำเนินการปลูกต้นไม้ สมุนไพร และบำรุงรักษาร่วมกับชุมชน ในพื้นที่อำเภอป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย