บทที่ 9
ข้อกำหนดสำหรับอาคารชุด
9.1 หม้อแปลงสำหรับอาคารชุด
9.1.1 ข้อกำหนดนี้ใช้กับอาคารชุดทุกประเภท ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 หรือใช้กับอาคารอื่นๆ ที่มีลักษณะการใช้อาคารคล้ายคลึงกับอาคารชุด มีระบบจ่ายไฟฟ้าและติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (มิเตอร์) แบบอาคารชุด
9.1.2 ข้อกำหนดนี้ให้ใช้เป็นข้อกำหนดเพิ่มเติมจากที่ได้กล่าวไว้ในบทอื่น ๆ ข้างต้น
9.2 การกำหนดโหลด
9.2.1 การคำนวณโหลดของอาคารชุด แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โหลดส่วนกลางและโหลดของแต่ละห้องชุด การคำนวณโหลดเป็นไปตามที่กำหนดในบทที่ 4
9.2.2 โหลดของแต่ละห้องชุดที่คำนวณได้ ถ้ามีค่าไม่เกินโหลดประเมิน ตามตารางที่ 9-1 และ ตารางที่9-2 เมื่อขนาดของห้องชุด (ไม่รวมเฉลียง) มีค่าเป็นไปตามตารางที่ 9-1 และ 9-2 ให้ใช้ค่าโหลดประเมินตามนั้น หากโหลดที่คำนวณได้สูงกว่าโหลดประเมิน ให้ใช้ค่าโหลดประเมินของห้องที่มีพื้นที่มากถัดไป
9.3 การกำหนดกันกระแสเกินของมิเตอร์ห้องชุด
ต้องไม่เล็กกว่าขนาดที่กำหนดในตารางที่ 9-1 และ 9-2 ที่สอดคล้องกับโหลดประเมินตามข้อ 9.2.2
9.4 การป้องกันกระแสเกินของมิเตอร์ห้องชุด
9.4.1 ต้องติดตั้งสวิตช์อัตโนมัติทางด้านไฟเข้าของมิเตอร์ห้องชุดทุกเครื่อง
9.4.2 พิกัดกระแสของสวิตช์อัตโนมัติสำหรับมิเตอร์แต่ละขนาด ต้องไม่สูงกว่าที่กำหนดตาม ตารางที่ 4-4
9.5 สายแรงต่ำจากมิเตอร์ห้องชุด เดินเข้าห้องชุด
9.5.1 ต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าพิกัดกระแสของเครื่องป้องกันกระแสเกินตามข้อ 9.4 และเป็นไปตามที่กำหนดในบทที่ 4 ข้อ 4.5
9.5.2 วิธีการเดินสาย เป็นไปตามที่กำหนดในบทที่ 6
9.6 สายป้อน (สายแรงต่ำจากแผงสวิตช์รวมไปถึงแผงสวิตช์ของห้องชุด
9.6.1 โหลดสำหรับสายป้อนห้องชุด ให้คำนวณจากโหลดประเมินตามข้อ 9.2.2 โดยใช้ค่าโคอินซิเดนท์แฟคเตอร์ ตามตารางที่ 9-3 และ ตารางที่9-4 โหลดที่คำนวณได้ถือว่าเป็นโหลดต่อเนื่อง
9.6.2 สายป้อนสำหรับไฟส่วนกลางที่ไม่ใช่โหลดแสงสว่าง ต้องแยกต่างหากจากสายป้อนของห้องชุด และมีได้มากกว่า 1 สายป้อน
9.6.3 ขนาดของสายป้อนของระบบไฟส่วนกลาง เป็นไปตามที่กำหนดในบทที่ 4
9.6.4 วิธีการเดินสาย เป็นไปตามที่กำหนดในบทที่ 6
9.6.5 ในกรณีสายป้อนเดินในช่องสาย (Electrical shaft) ห้ามมีท่อของระบบอื่น เช่น ท่อประปา ท่อน้ำทิ้ง รวมอยู่ด้วย
9.7 หม้อแปลงสำหรับอาคารชุด
9.7.1 หม้อแปลง ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในบทที่ 7
9.7.2 การคำนวณโหลดสำหรับหม้อแปลง ให้คำนวณจากผลรวมของโหลดส่วนกลางกับโหลดประเมินของมิเตอร์
9.7.3 ขนาดของหม้อแปลงต้องไม่เล็กกว่า 1.25 เท่าของโหลดที่คำนวณได้ตามข้อ 9.7.2 (แนะนำให้ใช้ขนาดสูงสุดไม่เกิน 1,000 เควีเอ)
9.7.4 หม้อแปลงควรมีคุณสมบัติดังนี้
ก. พิกัดแรงดัน 22,000 400/230 โวลท์ สำหรับระบบ 22 เควี และ 33,000-400/230 โวลท์ สำหรับระบบ 33 เควี
ข. BIL 125 เควี สำหรับระบบ 22 เควี และสำหรับระบบ 33 เควี BIL ของบุชชิ่งเท่ากับ 200 เควี ส่วน BIL ของขดลวดเท่ากับ 170 เควี
ค. High Voltage Tapping +/- 2x2.5%
9.8 แผงสวิตช์แรงต่ำ (จากหม้อแปลงถึงมิเตอร์ห้องชุด)
9.8.1 แผนสวิตช์แรงต่ำ ต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในบทที่ 5
9.8.2 เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องเป็นสวิตอัตโนมัติที่สามารถตัดกระแสลัดวงจรสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นได้และต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 กิโลแอมแปร์
9.8.3 แผงสวิตช์ต้องมีเครื่องปลดวงจรที่สามารถปลดวงจรทุกสายเส้นไฟได้พร้อมกันอย่างจงใจ
9.8.4 เครื่องป้องกันกระแสเกินของสายป้อนให้เป็นไปตามข้อ 4.4
9.8.5 เครื่องป้องกันกระแสเกินด้านไฟออกของหม้อแปลง ต้องเป็นสวิตช์อัตโนมัติที่มีขนาดปรับตั้งไม่เกินร้อยละ 250 ของพิกัดกระแสด้านไฟออกของหม้อแปลง
9.9 แผงสวิตช์แรงสูง
9.9.1 แผงสวิตช์แรงสูง ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในบทที่ 5
9.9.2 เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องมีพิกัดกระแส หรือขนาดปรับตั้งเป็นไปตามที่กำหนดในบทที่ 4
9.9.3 เครื่องป้องกันกระแสเกิน ถ้าเป็นสวิตช์อัตโนมัติต้องเป็นชนิด Nonflammable cooling medium หากใช้ฟิวส์ต้องใช้ประกอบกับสวิตช์เปิดได้เมื่อมีโหลด
9.10 การต่อลงดิน
9.10.1 ห้องชุดทุกห้องต้องมีสายดินไว้สำหรับต่อกับอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้
9.10.2 เต้ารับต้องเป็นชนิดมีขั้วสายดิน และมีการต่อลงดิน
9.10.3 การต่อฝากสายดินเข้ากับสายนิวตรอล ให้ต่อที่แผงเมนสวิตช์แรงต่ำ (Main Distribution Board) เพียงจุดเดียวเท่านั้น
9.10.4 การต่อสายลงดินกับหลักดิน ให้ใช้การต่อเชื่อมด้วยวิธี Exothermic Welding
9.10.5 ตำแหน่งของหลักดินต้องอยู่ห่างจากผนังกำแพง หรือฐานรากของอาคารด้วยรัศมีไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร
9.10.6 ต้องจัดทำจุดทดสอบ (Test Point) สำหรับใช้วัดค่าความต้านทานของการต่อลงดิน และจุดทดสอบนี้ต้องเข้าถึงได้โดยสะดวก