บทที่ 8
ข้อกำหนดสำหรับคะแปซิเตอร์



        ข้อกำหนดต่อไปนี้ ใช้กับคะแปซิเตอร์สำหรับปรับปรุงค่าตัวประกอบกำลัง (Power Facter) คะแปซิเตอร์ติดตั้งบนโครงสร้างภายนอกอาคาร ให้เป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนคะแปซิเตอร์ติดตั้งในอาคาร ให้เป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้
        8.1 สถานที่
            8.1.1 คะแปซิเตอร์แต่ละตัวที่บรรจุด้วยของเหลวที่ติดไฟได้ มีปริมาณมากกว่า 11 ลิตร ให้ติดตั้งภายนอกอาคาร หากติดตั้งในอาคาร ต้องติดตั้งภายในห้องที่ออกแบบไว้เฉพาะ
            8.1.2 คะแปซิเตอร์ต้องมีเครื่องห่อหุ้ม หรือติดตั้งโดยมีการกั้นรั้วหรือโดยวิธีอื่น เพื่อป้องกันบุคคลมาสัมผัสกับส่วนที่มีไฟฟ้าโดยบังเอิญ
                    ยกเว้น คะแปซิเตอร์นั้นเข้าถึงได้เฉพาะบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

        8.2 คะแปซิเตอร์แรงต่ำ
            8.2.1 คะแปซิเตอร์ต้องจัดให้มีวงจรคายประจุ ต่ออย่างถาวรหรือต่ออัตโนมัติกับขั้วของคะแปซิเตอร์ เมื่อปลดวงจรคะแปซิเตอร์ออกจากระบบ
            8.2.2 คะแปซิเตอร์ต้องสามารถคายประจุ ให้แรงดันลดลงเหลือไม่เกิน 50 โวลท์ ภายในเวลา 1 นาที นับจากเวลาที่ปลด
            8.2.3 ตัวนำที่ต่อเข้ากับวงจรคะแปซิเตอร์ ต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าร้อยละ 135 ของพิกัดกระแสของคะแปซิเตอร์ หากคะแปซิเตอร์ต่อกับวงจรมอเตอร์ ตัวนำของวงจรคะแปซิเตอร์ ต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของขนาดกระแสของสายวงจรมิเตอร์ และต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าร้อยละ 135 ของพิกัดกระแสของคะแปซิเตอร์ด้วย
            8.2.4 ตัวนำทุกสายเส้นไฟที่ต่อเข้าชุดคะแปซิเตอร์ ต้องมีเครื่องป้องกันกระแสเกิน พิกัดหรือขนาดปรับตั้งของเครื่องป้องกันกระแสเกิน ควรมีค่าต่ำสุดที่จะทำให้ชุดคะแปซิเตอร์นั้น ต่อใช้งานได้
            8.2.5 คะแปซิเตอร์ต้องมีเครื่องปลดวงจร ที่สามารถปลดทุกสายเส้นไฟได้พร้อมกัน และในสภาพการทำงานปกติ เครื่องปลดวงจรต้องทำงานได้โดยไม่ชำรุด พิกัดกระแสของเครื่องปลดวงจร ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 135 ของพิกัดกระแสของคะแปซิเตอร์
            8.2.6 เปลือกโลหะของคะแปซิเตอร์ต้องต่อลงดิน
                    ยกเว้น คะแปซิเตอร์ที่ติดตั้งบนโครงสร้างชนิดที่ได้ออกแบบไว้ให้มีศักย์ไม่เท่ากับดิน
            8.2.7 คะแปซิเตอร์แต่ละตัวต้องมีแผ่นป้ายระบุผู้ผลิต พิกัดแรงดัน กิโลวาร์ กระแสและปริมาณของเหลวที่บรรจุอยู่ (ถ้ามี)
            8.2.8 คะแปซิเตอร์ที่ติดตั้ง เพื่อปรับค่าตัวประกอบกำลังของมอเตอร์ ควรติดตั้งด้านไฟเข้าของเครื่องป้องกันการใช้งานเกินกำลังมอเตอร์ (ตามรูปแสดง)


        8.3 คะแปซิเตอร์แรงสูง
            8.3.1 คะแปซิเตอร์ต้องจัดให้มีวงจรคายประจุ ต่ออย่างถาวรหรือต่ออัตโนมัติกับขั้วของคะแปซิเตอร์ เมื่อปลดวงจรคะแปซิเตอร์ออกจากระบบ
                    ยกเว้น เมื่อคะแปซิเตอร์ต่อตรงเข้ากับขดลวดของมอเตอร์หรือของหม้อแปลง โดยไม่มีสวิตช์หรืออุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินต่ออยู่
            8.3.2 คะแปซิเตอร์ต้องสามารถคายประจุ ให้แรงดันลดลงเหลือไม่เกิน 50 โวลท์ ภายในเวลา 1 นาที นับจากเวลาที่ปลด
            8.3.3 คะแปซิเตอร์ต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันคะแปซิเตอร์ชำรุดจนอาจเกิดอันตรายจากกระแสลัดวงจร การป้องกันอาจจะป้องกันคะแปซิเตอร์เฉพาะแต่ละตัวหรือทั้งกลุ่มก็ได้
            8.3.4 การปลด-สับคะแปซิเตอร์ ต้องใช้สวิตช์ที่ทำงานพร้อมกันทุกเฟส (Group-operated Switch) ที่มีคุณสมบัติดังนี้
                    (1) มีความสามารถในการนำกระแสไฟฟ้าต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 135 ของพิกัดกระแสของคะแปซิเตอร์ที่ติดตั้ง
                    (2) ตัดกระแสโหลดต่อเนื่องสูงสุดของคะแปซิเตอร์ที่ต่ออยู่ ในสภาพการใช้งานปกติได้
                    (3) ทนกระแสไหลพุ่ง (Inrush Current) ค่าสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นในวงจร (รวมทั้ง กระแสที่ไหลมาจากคะแปซิเตอร์ที่อยู่ข้างเคียง)
                    (4) ทนกระแสลัดวงจร ที่อาจเกิดขึ้นทางด้านที่ต่อเข้ากับคะแปซิเตอร์ได้
            8.3.5 เปลือกโลหะของคะแปซิเตอร์ ต้องต่อลงดิน
                    ยกเว้น คะแปซิเตอร์ที่ติดตั้งบนโครงสร้างชนิดที่ได้ออกแบบไว้ให้มีศักย์ไม่เท่ากับดิน
            8.3.6 คะแปซิเตอร์แต่ละตัวต้องมีแผ่นป้ายระบุผู้ผลิต พิกัดแรงดัน กิโลวาร์ กระแสและปริมาณของเหลวที่บรรจุอยู่ (ถ้ามี)