6.11 การเดินสายในท่อร้อยสายชนิดท่ออโลหะอ่อนกันของเหลว
(LIQUIDTIGHT FLEXIBLE NONMETALLIC CONDUIT)
6.11.1 ท่ออโลหะอ่อนกันของเหลว เป็นท่อกลม ไม่มีตะเข็บ
ทำด้วยวัสดุต้านทานเปลวไฟและต้องเป็นชนิดที่ผลิตเพื่อใช้เป็นท่อร้อยสายไฟฟ้า
6.11.2 การใช้งาน
(1) ติดตั้งได้ทั้งแบบเปิดโล่งหรือเดินซ่อน
(2) ใช้ในสภาพการติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษาที่ต้องการความอ่อนตัวของท่อหรือป้องกันสายไฟฟ้าชำรุดจากไอ ของเหลว หรือของแข็ง
(3) ห้ามใช้ท่ออโลหะอ่อนกันของเหลวในสถานที่ต่อไปนี้
ก. สถานที่ซึ่งอาจได้รับความเสียหายทางกายภาพ
ข. ในที่ซึ่งผลรวมของอุณหภูมิ ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิโดยรอบและอุณหภูมิของตัวนำเกินกว่าอุณหภูมิวัสดุของท่อ
ค. มีความยาวเกิน 1.80 เมตร
ยกเว้น ได้รับความเห็นชอบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ง. ในระบบแรงสูง
6.11.3 ขนาดของท่ออโลหะอ่อนกันของเหลวมีตั้งแต่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.70 มิลลิเมตร (0.5 นิ้ว) ถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว)
6.11.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับสายไฟฟ้าในท่อร้อยสาย เป็นไปตามตารางที่ 6-2
6.12 การเดินสายในช่องเดินสายโลหะแบบติดพื้นผิว
(SURFACE METAL RACEWAYS)
6.12.1 การใช้งาน
(1) ใช้ในสถานที่แห้ง
(2) ห้ามใช้ช่องเดินสายโลหะแบบติดพื้นผิวในสถานที่ต่อไปนี้
ก. สถานที่ที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ
ข. ในระบบแรงสูง
ค. ในบริเวณที่มีไอที่ทำให้ผุกร่อน
ง.
ในปล่องลิฟท์หรือปล่องขนของ
จ. ในที่อันตราย
ฉ. เดินซ่อน
6.12.2 ข้อกำหนดเกี่ยวกับสายไฟฟ้า
(1) ชนิด ขนาด จำนวนของสายไฟฟ้าที่จะเดินในช่องเดินสาย เป็นไปตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้
(2) ขนาดกระแสของสายในช่องเดินสาย เป็นไปตามตารางที่ 6-2 โดยไม่ต้องใช้ตัวคูณลดเรื่องจำนวนสาย ถ้าเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้ทั้งหมด
ก. พื้นที่หน้าตัดของช่องเดินสายมากกว่า 2,580 ตารางมิลลิเมตร (4 ตารางนิ้ว)
ข. จำนวนสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหลในช่องเดินสาย ต้องไม่เกิน 30 เส้น
ค. พื้นที่หน้าตัดของตัวนำและฉนวนทุกเส้นในช่องเดินสาย รวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่หน้าตัดภายในช่องเดินสาย
6.12.3 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง
(1) การต่อสาย ให้ทำในกล่องต่อสายหรือภายในช่องเดินสายที่เปิดออกได้ และเข้าถึงได้หลังติดตั้งแล้ว พื้นที่หน้าตัดของสายรวมทั้งหัวต่อสายรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 75 ของพื้นที่หน้าตัด ภายในบริเวณจุดต่อสาย
(2) ห้ามต่อช่องเดินสายตรงจุดที่ทะลุผ่านผนังหรือพื้น
(3) ห้ามดัดโค้งช่องเดินสาย
(4) ภายในช่องเดินสายผิวต้องเรียบ ไม่มีส่วนคมที่อาจบาดสายได้
(5) จุดปลายทางของช่องเดินสายต้องปิด
(6) ห้ามใช้ช่องเดินสายเป็นตัวนำแทนสายดิน
(7) การติดตั้งช่องเดินสาย ข้องอ ข้อต่อและเครื่องประกอบ ต้องออกแบบให้ชิ้นส่วนต่างๆ มีความต่อเนื่องกันทั้งทางกลและทางไฟฟ้า และต้องไม่ทำให้สายภายในช่องเดินสายชำรุด
6.13 การเดินสายในช่องเดินสายอโลหะแบบติดพื้นผิว
(SURFACE NONMETALLIC RACEWAYS)
6.13.1 คุณสมบัติของช่องเดินสายอโลหะแบบติดพื้นผิวต้องทำด้วยวัสดุทนความชื้น ทนบรรยากาศที่มีสารเคมี ไม่ติดไฟ ทนแรงกระแทก ไม่บิดเบี้ยวจากความร้อนในสภาวะการใช้งานและสามารถใช้งานในที่อุณหภูมิต่ำได้
6.13.2 การใช้งาน
(1) ใช้ในสถานที่แห้ง
(2) ห้ามใช้ช่องเดินสายอโลหะแบบติดพื้นผิวในสถานที่ต่อไปนี้
ก. ในที่ซ่อน
ข. ในที่ซึ่งอาจได้รับความเสียหายทางกายภาพ
ค.ในระบบแรงสูง
ง.
ในปล่องลิฟท์หรือปล่องขนของ
จ. ในที่อันตราย
ฉ. ในที่มีอุณหภูมิโดยรอบตั้งแต่ 50 องศาเซลเซียสขึ้นไป
ช. ใช้กับสายหุ้มที่มีอุณหภูมิใช้งานเกิน 70 องศาเซลเซียส
6.13.3 ชนิด ขนาด จำนวนของสายไฟฟ้าที่จะเดินในช่องเดินสาย เป็นไปตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้
6.13.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง เป็นไปตามข้อ 6.12.3 (1) (2) (5)
6.14 การเดินสายในรางเดินสายโลหะ
(METAL WIREWAYS)
6.14.1 การใช้งาน
(1) ใช้กับการเดินสายแบบเปิด รางเดินสายที่ติดตั้งในสถานที่เปียก ต้องเป็นแบบกันฝน
(2) ห้ามใช้รางเดินสายโลหะในสถานที่ต่อไปนี้
ก. ในที่ซึ่งอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ
ข. ในที่มีไอที่ทำให้เกิดการผุกร่อน
ค. ในที่อันตราย
6.14.2 จำนวนสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหลในรางเดินสาย ต้องไม่เกิน 30 เส้น
สายไฟฟ้าในวงจรสัญญาณหรือวงจรควบคุมระหว่างมอเตอร์กับสตาร์ทเตอร์ที่ใช้เฉพาะช่วงเวลาสตาร์ทมอเตอร์ ไม่ถือว่าเป็นสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหล
6.14.3 พื้นที่หน้าตัดของตัวนำและฉนวนทุกเส้นในรางเดินสายรวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่หน้าตัดภายในรางเดินสาย
6.14.4 ขนาดกระแสของสายในรางเดินสาย ให้เป็นไปตามตารางที่ 6-2 โดยไม่ต้องใช้ตัวคูณลดเรื่องจำนวนสาย
6.14.5 ในกรณีที่จำนวนสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหลในรางเดินสายเกิน 30 เส้น ให้ใช้ตัวคูณลดกระแสเรื่องจำนวนสาย แต่ทั้งนี้พื้นที่หน้าตัดของตัวนำและฉนวนทุกเส้นในรางเดินสายรวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่หน้าตัดภายในรางเดินสาย
6.14.6 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง
(1) การต่อสายในรางเดินสายเฉพาะส่วนที่เข้าถึงได้ พื้นที่หน้าตัดของสายและฉนวนรวมทั้งหัวต่อ รวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 75 ของพื้นที่หน้าตัดภายในของรางเดินสายบริเวณจุดต่อสาย
(2) ห้ามต่อรางเดินสายตรงจุดที่ทะลุผ่านผนังหรือพื้น
(3) จุดปลายทางของรางเดินสายต้องปิด
(4) ในรางเดินสาย ตรงตำแหน่งที่ต้องมีการตัด งอสาย เช่นปลายทาง ตำแหน่งที่มีท่อสายเข้า-ออก รางเดินสายต้องจัดให้มีที่ว่างสำหรับตัดงอสายอย่างเพียงพอ และมีการป้องกันไม่ให้มีส่วนคมที่อาจบาดสายได้
(5) ห้ามใช้รางเดินสายเป็นตัวนำแทนสายดิน
(6) รางเดินสายต้องมีการจับยึดทุกระยะไม่เกิน 1.50 เมตร และห่างจากปลายหรือจุดต่อไม่เกิน 1.50 เมตร สำหรับรางเดินสายในแนวดิ่งต้องมีการจัดยึดทุกระยะ 4.50 เมตร และห้ามมีจุดต่อเกิน 1 จุด ในแต่ละระยะจับยึด
6.15
การติดตั้งบัสเวย์ (BUSWAYS)
6.15.1 การใช้งาน
(1)
บัสเวย์ต้องติดตั้งในที่เปิดเผย มองเห็นได้ และสามารถเข้าถึงได้เพื่อการตรวจสอบและบำรุงรักษา ตลอดความยาวทั้งหมด
ข้อยกเว้นที่ 1 ยอมให้บัสเวย์ที่ติดตั้งหลังที่กำบัง เช่น เหนือฝ้าเพดาน โดยจะต้องมีทางเข้าถึงได้ และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้ทั้งหมด
ก.
ไม่มีการติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินที่บัสเวย์ นอกจากเครื่องป้องกันกระแสเกินของดวงโคม
หรือโหลดอื่น ๆ เฉพาะจุด
ข. ช่องว่างด้านหลังที่กำบังที่จะเข้าถึงได้ต้องไม่ใช้เป็นช่องลมของเครื่องปรับอากาศ
(air-handling)
ค.
บัสเวย์ต้องเป็นชนิดปิดมิดชิด ไม่มีการระบายอากาศ
ง. จุดต่อระหว่างช่องและเครื่องประกอบ ต้องเข้าถึงได้เพื่อการบำรุงรักษา
ข้อยกเว้นที่ 2 ยอมให้บัสเวย์ที่ติดตั้งหลังที่กำบังที่สามารถเข้าถึงได้ และที่จัดให้เป็นที่หมุนเวียนอากาศด้วย ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้ทั้งหมด
ก.
บัสเวย์ต้องเป็นชนิดปิดมิดชิด ไม่มีการระบายอากาศ
ข.
ใช้บัสบาร์ชนิดหุ้มฉนวน
ค. ไม่มีจุดต่อแยก ชนิด
Plug-in
(2)
ห้ามใช้บัสเวย์ในสถานที่ต่อไปนี้
ก. บริเวณที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพอย่างรุนแรง หรือมีไอที่ทำให้เกิดการผุกร่อน
ข.
ในปล่องลิฟท์หรือปล่องขนของ
ค.ในที่อันตราย
ง. ภายนอกอาคาร ที่ชื้นหรือเปียก นอกจากจะเป็นชนิดที่ออกแบบไว้สำหรับงานนั้น ๆ
6.15.2 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง
ก.
บัสเวย์ ต้องจับยึดอย่างมั่นคง ระยะห่างระหว่างจุดจับยึดต้องไม่เกิน 1.50 เมตร หรือตามการออกแบบของผู้ผลิต
ข.
จุดปลายทางของบัสเวย์ต้องปิด
ค.
การต่อแยกบัสเวย์ ต้องต่อด้วยเครื่องประกอบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะและต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินที่จุดต่อแยก เพื่อใช้ป้องกันวงจรที่ต่อแยก นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ง.
เครื่องป้องกันกระแสเกินของบัสเวย์ ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในบทที่ 4
จ.
การลดขนาดของบัสเวย์ ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกิน
ยกเว้น ในโรงงานอุตสาหกรรม
บัสเวย์ที่เล็กลง มีขนาดกระแสมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ใน 3
และความยาวของบัสเวย์ที่มีขนาดเล็กกว่า ยาวไม่เกิน 15 เมตร ไม่ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกิน
ฉ.
บัสเวย์ต้องไม่ติดตั้งให้สัมผัสกับวัสดุที่ติดไฟง่าย
ช.
เปลือกหุ้มที่เป็นโลหะของบัสเวย์ ต้องต่อลงดินและให้ใช้แทนสายดินได้
ถ้าบัสเวย์ได้ออกแบบไว้เช่นนั้น
6.16 การเดินสายในรางเคเบิล
(CABLE TRAYS)
6.16.1 การใช้งาน
(1) สายและอุปกรณ์ต่อไปนี้ยอมให้ติดตั้งในรางเคเบิลได้ แต่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดของการเดินสายหรือของอุปกรณ์นั้น ๆ
ก. สายเคเบิล type MI type MC และ armored cable
ข. สายเคเบิลแกนเดียวชนิดมีฉนวนและเปลือกนอกขนาดตัวนำไม่เล็กกว่า 50 ตารางมิลลิเมตร
ค. สายเคเบิลหลายแกนในระบบแรงต่ำทุกขนาด
ง. สายอื่นชนิดหลายแกนสำหรับควบคุมสัญญาณ
จ. ท่อร้อยสายชนิดต่าง ๆ
(2) ยอมให้ติดตั้งสายเคเบิลแกนเดียวชนิดไม่มีเปลือกนอกขนาดตัวนำไม่เล็กกว่า 50 ตารางมิลลิเมตร ได้ในรางเคเบิลแบบบันได ซึ่งมีระยะห่างระหว่างขั้นบันได ไม่เกิน 23 เซนติเมตร (9 นิ้ว) หรือแบบรางมีช่องระบายอากาศ เฉพาะในงานอุตสาหกรรมที่มีบุคคลมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลและบำรุงรักษา
(3) ห้ามใช้สาย
crosslink-polyethylene วางในรางเคเบิลในอาคาร
ยกเว้น ร้อยสายในท่อร้อยสายชนิดท่อโลหะ
(4) ในบริเวณอันตรายต้องใช้สายเฉพาะที่อนุญาตให้ใช้ในเรื่องบริเวณอันตรายเท่านั้น
(5)
ห้ามใช้รางเคเบิลในปล่องลิฟท์หรือสถานที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ
(6) ในสถานที่ใช้งานซึ่งสายมีโอกาสถูกแสงแดดโดยตรง ต้องใช้สายชนิดทนแสงแดดได้
6.16.2 ข้อกำหนดเกี่ยวกับรางเคเบิล
(1) ต้องมีความแข็งแรงและมั่นคงที่จะรองรับน้ำหนักสายทั้งหมดที่ติดตั้ง ไม่มีส่วนแหลมคมที่อาจทำให้ฉนวนและเปลือกเสียหาย
(2) มีการป้องกันการผุกร่อนอย่างพอเพียงกับสภาพการใช้งาน ต้องมีผนังด้านข้างและใช้เครื่องประกอบการติดตั้งที่เหมาะสม
(3) รางเคเบิลชนิดอโลหะ
ต้องทำด้วยวัสดุด้านเปลวไฟ
6.16.3 การติดตั้ง
(1) รางเคเบิลต้องมีความต่อเนื่องทางกล
(2) รางเคเบิลที่เป็นโลหะ ต้องมีความต่อเนื่องทางไฟฟ้า และต้องต่อลงดิน
(3) สายที่ติดตั้งบนรางเคเบิลเมื่อเดินแยกเข้าท่อสายอื่นต้องมีการจับยึดให้มั่นคง
(4) ห้ามติดตั้งสายเคเบิลระบบแรงต่ำในรางเคเบิลเดียวกันกับสายเคเบิลระบบแรงสูง
(5) รางเคเบิลต้องติดตั้งในที่เปิดโล่งและเข้าถึงได้และมีที่ว่างพอเพียงที่จะปฏิบัติงานบำรุงรักษาสายเคเบิลได้สะดวก
(6) ในรางเคเบิลที่มีเคเบิลแกนเดียวหลายเส้นต่อขนานกัน
เพื่อประกอบเป็นสายเฟสหรือสายนิวตรอลของวงจร สายเคเบิลดังกล่าวต้องติดตั้งเป็นกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยตัวนำไม่เกิน 1 เส้น
ต่อเฟส หรือนิวตรอล
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระแสไม่สมดุลย์ เนื่องจากการเหนี่ยวนำ และต้องผูกมัดตัวนำแต่ละกลุ่ม เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวเมื่อเกิดการลัดวงจร
(7) การต่อสายในรางเคเบิลต้องทำให้ถูกต้องตามวิธีการต่อสาย แต่จุดต่อสายต้องอยู่ภายในรางเคเบิล และต้องไม่สูงเลยขอบด้านข้างของรางเคเบิล
(8) ห้ามใช้รางเคเบิลเป็นตัวนำแทนสายดิน
6.16.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดวางสายและจำนวนสายในรางเคเบิล ในระบบแรงต่ำ
(1) สายเคเบิลหลายแกนที่ใช้งานต่างประเภท เช่น ใช้สำหรับไฟฟ้ากำลังแสงสว่าง สัญญาณควบคุม วางในรางเคเบิลแบบบันไดหรือแบบรางมีช่องระบายอากาศ จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้
ก. สายเคเบิลขนาดตั้งแต่ 95 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ผลรวมเส้นผ่านศูนย์กลาง รวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินขนาดความกว้างของรางเคเบิล และให้วางเรียงกันได้ชั้นเดียวเท่านั้น
ข. สายเคเบิลที่มีขนาดเล็กกว่า 95 ตารางมิลลิเมตร ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสาย ต้องไม่มากกว่าพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ 6-8 ช่องที่ 1
ค. สายเคเบิลที่มีขนาดตามข้อ ก. และ ข. วางรวมกันในรางเคเบิล ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายที่มีขนาดเล็กกว่า 95 ตารางมิลลิเมตรทั้งหมด
ต้องไม่เกินพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ 6-8 ช่อง 2 และให้วางซ้อนกันได้ สำหรับสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 95 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ต้องวางเรียงกันเพียงชั้นเดียวโดยไม่มีสายเคเบิลอื่นมาวางทับ
(2) สายเคเบิลหลายแดนสำหรับควบคุมและ/หรือเคเบิลสัญญาณวางในรางเคเบิลแบบบันได้หรือแบบรางมีช่องระบายอากาศ ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินร้อยละ 50 ของพื้นที่ภาคตัดขวางภายในของรางเคเบิล สำหรับรางเคเบิลที่มีความลึกมากกว่า 15 เซนติเมตร ให้ใช้ค่าความลึก 15 เซนติเมตร ในการคำนวณพื้นที่ภาคตัดขวาง
(3) สายเคเบิลหลายแกนที่ใช้งานต่างประเภท วางในรางเคเบิลแบบด้านล่างทึบ
จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้.-
ก. สายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 95 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ผลรวมของเส้นผ่านศูนย์กลางรวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินร้อยละ 90 ของขนาดความกว้างของรางเคเบิล และให้วางเรียงได้ชั้นเดียวเท่านั้น
ข. สายเคเบิลที่มีขนาดเล็กกว่า 95 ตารางมิลลิเมตร ผลรวมพื้นที่หน้าตัด รวมฉนวนและเปลือกของสาย ต้องไม่มากกว่าพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ 6-8 ช่องที่ 3
ค. สายเคเบิลที่มีขนาดตามข้อ ก.และข้อ ข. วางรวมกันในรางเคเบิล ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายที่มีขนาดเล็กกว่า 95 ตารางมิลลิเมตรทั้งหมด
ต้องไม่เกินพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ 6-8 ช่องที่ 4 และให้วางซ้อนกันได้ สำหรับสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 95 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ต้องวางเรียงกันเพียงชั้นเดียว โดยไม่มีสายเคเบิลอื่นมาวางทับ
(4) สายเคเบิลหลายแกนสำหรับควบคุมและ/หรือเคเบิลสัญญาณวางในรางเคเบิลแบบด้านล่างทึบ ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินร้อยละ 40 ของพื้นที่ภาคตัดขวางภายในของรางเคเบิล สำหรับรางเคเบิลที่มีความลึกมากกว่า 15 เซนติเมตร ให้ใช้ค่าความลึก 15 เซนติเมตร ในการคำนวณพื้นที่ภาคตัดขวาง
(5) สายเคเบิลแกนเดียวในรางเคเบิลแบบบันไดหรือแบบรางมีช่องระบายอากาศ จำนวนสายเคเบิลสูงสุดต้องเป็นดังนี้
ก. สายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 400 ตารางมิลลิเมตร ขึ้นไป ผลรวมเส้นผ่านศูนย์กลางรวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินขนาดความกว้างของรางเคเบิล
ข. สายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 120 ถึง 400 ตารางมิลลิเมตร ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสาย
ต้องไม่มากกว่าพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ 6-8 ช่องที่ 5
ค. สายเคเบิลที่มีขนาดตามข้อ ก.และ ข.วางรวมกันในรางเคเบิล ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายที่มีขนาดเล็กกว่า 400 ตารางมิลลิเมตรทั้งหมด
ต้องไม่เกินพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ 6-8 ช่อง 6
ง. สายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 50 ถึง 95 ตารางมิลลิเมตร ผลรวมเส้นผ่านศูนย์กลางรวม ฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินขนาดความกว้างของรางเคเบิลและให้วางเรียงกันได้ชั้นเดียวเท่านั้น
6.16.5 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดวางสายและจำนวนสายในรางเคเบิลในระบบแรงสูง ผลรวมของเส้นผ่านศูนย์กลางของสายเคเบิลแกนเดียวและหลายแกนทั้งหมดรวมกัน ต้องไม่เกินความกว้างของรางเคเบิล การวางเคเบิลยอมให้วางเรียงได้ชั้นเดียวเท่านั้น ห้ามวางซ้อนหรือเกยกัน ในที่ซึ่งสายเคเบิลแกนเดียวเป็นชนิดตีเกลียวเข้าด้วยกัน หรือมัดควบเข้าด้วยกันเป็นกลุ่มและวงจร ผลรวมของเส้นผ่านศูนย์กลางของสายเคเบิลทั้งหมด ต้องไม่เกินความกว้างของรางเคเบิลและกลุ่มของสายเคเบิลเหล่านี้ ห้ามวางซ้อนกัน
6.16.6 ขนาดกระแสของสายในรางเคเบิลในระบบแรงต่ำ
(1)
สายเคเบิลแกนเกียว
ก. ขนาดกระแสของสายเคเบิลแกนเดียวหรือสายแกนเดียวตีเกลียวเข้าด้วยกัน (เช่น triplex
quadruplex) ติดตั้งในรางเคเบิลแบบบันได้
ต้องเป็นไปตามตารางที่ 6-2 วิธีที่ 7
ข. ขนาดกระแสของสายเคเบิลแกนเดียวหรือสายแกนเดียวตีเกลียวเข้าด้วยกัน ติดตั้งในรางเคเบิลแบบมีช่องระบายอากาศ ขนาดกระแสให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละ 95
ของขนาดกระแสที่ได้จากตารางที่ 6-2 วิธีที่ 7
ถ้ารางเคเบิลมีการปิดตลอดด้วยฝาทึบความยาวเกิน 180 เซนติเมตร ขนาดกระแสให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละ 90
ของขนาดกระแสที่ได้จากตารางที่ 6-2 วิธีที่ 7
ยกเว้น การติดตั้งสายเคเบิลแกนเดียวในรางเคเบิลที่ไม่มีฝาปิด ถ้าแต่ละเส้นวางห่างกันไม่น้อยกว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสายเคเบิลเส้นโตที่อยู่ใกล้กัน
การคิดขนาดกระแสยอมให้ใช้ค่ากระแสที่ได้จากตารางที่ 6-2 วิธีที่ 2
(2) สายเคเบิ้ลหลายแกน
ขนาดกระแสของสายเคเบิลหลายแกน
ยอมให้ใช้ค่าตามตารางที่ 6-2 วิธีที่ 3 (ท่อโลหะ)
ข้อยกเว้นที่ 1 รางเคเบิลปิดตลอดด้วยฝาทึบยาวเกิน 180 เซนติเมตร ขนาดกระแสของสายให้ลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ 95
ของค่าที่ได้จากตารางที่ 6-2 วิธีที่ 3 (ท่อโลหะ)
ข้อยกเว้นที่ 2 การติดตั้งเคเบิลหลายแกนในรางเคเบิลที่ไม่มีฝาปิด ถ้าแต่ละเส้นวางห่างกันไม่น้อยกว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสายเคเบิลเส้นโตที่อยู่ใกล้กัน ขนาดกระแสของสายยอมให้ไม่เกินค่าที่ได้จากตารางที่ 6-2 วิธีที่ 3 (ท่อโลหะ)
6.17 โคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบ
6.17.1 โคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบ ต้องไม่มีส่วนที่มีไฟฟ้าเปิดโล่งให้สัมผัสได้
6.17.2 โคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบต้องเลือกชนิดให้เหมาะสมกับสภาพการติดตั้ง เช่นติดตั้งภายนอกอาคารในที่เปียกชื้น ต้องเป็นชนิดที่น้ำไม่สามารถเข้าในดวงโคมได้
6.17.3 โคมไฟฟ้าที่อยู่ใกล้วัสดุติดไฟง่าย ต้องมีเครื่องป้องกันหรือกั้นไม่ให้วัสดุดังกล่าว ได้รับความร้อนสูงเกินไปจนอาจติดไฟได้
6.17.4 โคมไฟฟ้าต้องติดตั้งให้สามารถตรวจสอบการต่อสาย ระหว่างสายของดวงโคมกับสายของวงจรย่อยได้สะดวก
6.17.5 การเดินสายดวงโคม ขนาดของสายไฟฟ้าต้องไม่เล็กกว่า 0.50 ตารางมิลลิเมตร และต้องเป็นชนิดที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
6.17.6 ฉนวนของสายในดวงโคม ต้องเหมาะสมกับกระแส แรงดัน และอุณหภูมิใช้งาน
6.17.7 ดวงโคมที่ติดตั้งในสถานที่เปียกชื้นหรือสถานที่มีการผุกร่อนได้ ต้องใช้สายไฟฟ้าชนิดที่ได้รับการรับรอง เพื่อใช้สำหรับจุดประสงค์นั้น
6.17.8 ดวงโคมและขั้วรับหลอด ต้องมีการจับยึดอย่างแข็งแรงและเหมาะสมกับน้ำหนักของดวงโคม ดวงโคมที่มีน้ำหนักมาก หรือมีขนาดใหญ่ ห้ามใช้ขั้วรับหลอดเป็นตัวรับน้ำหนักของดวงโคม
6.17.9 จุดต่อ หรือจุดต่อแยกของสาย ต้องไม่อยู่ในก้านดวงโคม