บทที่ 4
การออกแบบระบบไฟฟ้า
1.
วงจรย่อย
1.1
ขอบเขต
ให้ใช้เฉพาะกับวงจรแสงสว่างหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
หรือทั้ง 2 อย่าง รวมกันเท่านั้น
1.2
ข้อกำหนดของวงจรย่อย
(1)
สายวงจรย่อยต้องมีขนาดเพียงพอที่จะจ่ายโหลด
และมีขนาดไม่เล็กกว่า 1.50
ตารางมิลลิเมตร
(2)
วงจรย่อยทุกวงจรต้องมีเครื่องป้องกันกระแสเกิน
เพื่อตัดวงจรเมื่อเกิดการลัดวงจรหรือใช้ไฟฟ้าเกินขนาด
(3)
ขนาดของวงจรย่อยกำหนดตามขนาดมาตรฐานของเครื่องป้องกันกระแสเกินที่ป้องกันวงจรย่อยนั้น
ๆ เช่น 5 10 15 20 30 หรือ 50 แอมแปร์
(4)
วงจรย่อยซึ่งมีจุดต่อทางไฟฟ้าตั้งแต่
2
จุดขึ้นไปต้องมีโหลดดังต่อไปนี้
ก. วงจรย่อยขนาด 5 10 15 และ 20
แอมแปร์
โหลดที่ติดตั้งถาวรรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินร้อยละ
50 ของขนาดวงจรย่อย
เมื่อใช้ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เต้าเสียบ
โหลดของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เต้าเสียบแต่ละเครื่องจะต้องไม่เกินร้อยละ
80 ของขนาดวงจรย่อย
ข. วงจรย่อยขนาด 30 แอมแปร์
ให้ใช้กับดวงโคมไฟฟ้าที่ติดตั้งถาวรขนาดชุดละไม่ต่ำกว่า
660 วัตต์
หรือใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งไม่ใช่ดวงโคม
โหลดของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เต้าเสียบแต่ละเครื่องจะต้องไม่เกินร้อยละ
80 ของขนาดวงจรย่อย
ค. วงจรย่อยขนาด 40 และ 50
แอมแปร์
ให้ใช้กับดวงโคมไฟฟ้าที่ติดตั้งถาวรขนาดชุดละไม่ต่ำกว่า
660 วัตต์
หรือใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งถาวร
(5)
โหลดของวงจรย่อยต้องคำนวณตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
ก.
โหลดต่อเนื่องของวงจรย่อยต้องไม่เกินร้อยละ
80 ของขนาดวงจรย่อย
ยกเว้น
ชุดของเครื่องป้องกันกระแสเกินที่ได้ออกแบบให้ใช้งานได้ร้อยละ
100 ยอมให้โหลดต่อเนื่อง
ของวงจรย่อยใช้ได้ไม่เกินร้อยละ
100 ของขนาดวงจรย่อย
ข.
โหลดแสงสว่างและโหลดของเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นที่ทราบแน่นอนให้คิดตามที่ติดตั้งจริง
ค.
โหลดของเต้ารับใช้งานทั่วไป
ให้คิดโหลดเต้าละ 180 โวลต์แอมแปร์
ง.
โหลดของเต้ารับที่ใช้เฉพาะงานให้คิดโหลดตามขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น
ๆ
2. สายป้อน
(1)
สายป้อนต้องมีขนาดเพียงพอที่จะจ่ายโหลดให้วงจรย่อยได้ไม่น้อยกว่าผลรวมของโหลดในวงจรย่อยและมีขนาดไม่เล็กกว่า
2.50 ตารางมิลลิเมตร
(2) การคำนวณขนาดของสายป้อน
ให้ใช้ดีมานต์แฟคเตอร์ตามตารางที่
4-1 ตารางที่ 4-2 และตารางที่ 4-3
ช่วยคำนวณ
(3) สำหรับเต้ารับใช้เฉพาะงาน
ให้คิดโหลดจากขนาดของเต้ารับที่มีขนาดสูงสุด
รวมกับร้อยละ 75
ของขนาดเต้ารับที่เหลือ
3.
สายนิวตรอล
(1)
ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรับกระแสโหลดไม่สมดุลย์สูงสุดและกระแสฮาร์โมนิกส์ได้
(2) ในระบบ 3 เฟส 4 สาย
กระแสโหลดไม่สมดุลย์สูงสุด
คำนวณจากผลรวมของโหลด 1 เฟส
ที่ต่ออยู่ระหว่างสายนิวตรอลกับสายเฟสใดเฟสหนึ่ง
ที่มีค่ารวมกันมากที่สุด
(3)
ยอมให้ลดส่วนของกระแสโหลดไม่สมดุลย์ที่เกิน
200 แอมแปร์ ร้อยละ 30 ยกเว้น
ในกรณีที่โหลดเป็นหลอดชนิดปล่อยประจุ
เครื่องคอมพิวเตอร์
เครื่องประมวลผลอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องอุปกรณ์อื่นที่คล้ายกันที่รับไฟจากระบบ
3 เฟส 4 สายแบบวาย
4. เครื่องป้องกันกระแสเกินสำหรับวงจรย่อยและสายป้อน
วงจรย่อยและสายป้อนต้องมีการป้องกันกระแสเกินเครื่องป้องกันกระแสเกินมีรายละเอียด
ดังนี้.-
(1)
เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องสามารถป้องกันตัวนำทุกสายเส้นไฟ
ยกเว้น ตัวนำที่มีการต่อลงดิน
(2)
ขนาดของเครื่องป้องกันกระแสเกินต้องไม่น้อยกว่าโหลดไม่ต่อเนื่องบวกด้วยร้อยละ
125 ของโหลดต่อเนื่อง
และต้องมีขนาดไม่เกินขนาดกระแสของสายไฟฟ้าเป็นไปตามตารางที่
6-2
(3)
เครื่องป้องกันกระแสเกินอาจเป็นฟิวส์
หรือสวิตซ์อัตโนมัติก็ได้
(4) ฟิวส์
สวิตซ์อัตโนมัติหรือการผสมของทั้งสองอย่างนี้
จะนำมาต่อขนานกันไม่ได้ ยกเว้น
เป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่ประกอบสำเร็จมาจากโรงงานผู้ผลิต
และเป็นแบบที่ได้รับความเห็นชอบว่าเป็นหน่วย
(Unit) เดียวกัน
(5)
ในกรณีที่ติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินเพิ่มเติมสำหรับดวงโคมเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออื่น
ๆ
เครื่องป้องกันกระแสเกินเพิ่มเติมเหล่านี้จะใช้แทนเครื่องป้องกันกระแสเกินของวงจรย่อยไม่ได้
และไม่จำเป็นต้องเข้าถึงได้ทันที
(6)
ตำแหน่งของเครื่องป้องกันกระแสเกินต้องเป็นดังนี้
ก.
เครื่องป้องกันกระแสเกินสำหรับวงจรย่อย
ต้องติดตั้ง ณ
จุดที่ห่างจากสายป้อนที่จ่ายพลังงานให้เป็นระยะความยาวของสายไม่เกิน
3 เมตร
ข.
เครื่องป้องกันกระแสเกินสำหรับสายป้อน
ต้องติดตั้ง ณ
จุดที่ใกล้กับหม้อแปลงหรือสายเมนที่จ่ายพลังงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
(7)
เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องไม่ติดตั้งในสถานที่ซึ่งอาจเกิดความเสียหายได้และต้องไม่อยู่ใกล้กับวัตถุที่ติดไฟง่าย
(8) เครื่องป้องกันกระแสเกิน
ต้องบรรจุไว้ในกล่องหรือตู้อย่างมิดชิด
แต่เฉพาะด้ามสับของสวิตซ์อัตโนมัติยอมให้โผล่ออกมาข้างนอกได้
ยกเว้น
หากติดตั้งไว้ที่แผงสวิตซ์หรือแผงควบคุม
ซึ่งอยู่ในห้องที่ไม่มีวัตถุติดไฟง่ายและไม่มีความชื้นด้วย
ส่วนเครื่องป้องกันกระแสเกิน
สำหรับบ้านอยู่อาศัยขนาดไม่เกิน
50 แอมแปร์
หนึ่งเฟสไม่ต้องบรรจุไว้ในกล่องหรือตู้ก็ได้
(9)
กล่องหรือตู้ซึ่งบรรจุเครื่องป้องกันกระแสเกิน
ซึ่งติดตั้งในสถานที่เปียกหรือชื้นต้องเป็นชนิดซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้ว
และต้องมีช่องว่างระหว่างตู้กับผนังหรือพื้นที่รองรับไม่น้อยกว่า
มิลลิเมตร
(10)
เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องติดตั้งในที่ซึ่งสามารถปฏิบัติงานได้สะดวก
มีที่ว่างและแสงสว่างอย่างพอเพียง
(11)
ต้องทำเครื่องหมายระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนและทนต่อสภาพแวดล้อม
ติดไว้ที่เครื่องปลดวงจรหรือที่ใกล้เคียงเครื่องปลดวงจรนั้นทุกเครื่อง
เช่น เครื่องปลดวงจรของวงจรย่อย
สายป้อนหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
ยกเว้น
ตำแหน่งและการจัดเครื่องปลดวงจรนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
5. สายเมน
สายเมนที่จ่ายไฟให้ผู้ใช้ไฟรายหนึ่ง
ๆ ต้องมีชุดเดียว
นอกจากในกรณีที่ได้รับความเห็นชอบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
โดยแบ่งประเทภของสายเมนได้ดังนี้
(1)
สายเมนอากาศสำหรับระบบแรงต่ำ
ต้องเป็นสายหุ้มฉนวน
มีขนาดเพียงพอที่จะรับโหลดทั้งหมดได้
โดยมีขนาดไม่เล็กกว่า 2.50
ตารางมิลลิเมตร
สำหรับสายทองแดงและไม่เล็กกว่า 10
ตารางมิลลิเมตร
สำหรับสายอะลูมิเนียมและมีข้อกำหนดขนาดของสายเมนภายในอาคาร
ตามตารางที่ 4-4
(2)
สายเมนอากาศสำหรับระบบแรงสูง
เป็นสายเปลือยหรือสายหุ้มฉนวนก็ได้
และมีขนาดเพียงพอที่จะรับโหลดทั้งหมดได้
(3)
สายเมนใต้ดินสำหรับระบบแรงต่ำ
ต้องเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวนชนิดที่เหมาะสมกับลักษณะการติดตั้งมีขนาดเพียงพอที่จะรับโหลดทั้งหมดได้และขนาดไม่เล็กกว่า
10 ตารางมิลลิเมตร
(4)
สายเมนใต้ดินสำหรับระบบแรงสูง
ต้องเป็นสายหุ้มฉนวนชนิดที่เหมาะสมกับลักษณะการติดตั้งและมีขนาดเพียงพอที่จะรับโหลดทั้งหมดได้
6. เมนสวิตซ์
ผู้ใช้ไฟต้องติดตั้งเมนสวิตซ์
เพื่อปลดวงจรทุกวงจร
ออกจากสายเมนได้
เมนสวิตซ์จะประกอบด้วย
เครื่องปลดวงจรและเครื่องป้องกันกระแสเกิน
ซึ่งอาจติดตั้งเป็นส่วนร่วมอยู่ในเครื่องเดียวกัน
หรือเครื่องป้องกันกระแสเกินอาจมีคุณสมบัติเป็นเครื่องปลดวงจรได้ด้วย
6.1
เครื่องปลดวงจรระบบแรงต่ำ
(1) เครื่องปลดวงจรชนิด 1 เฟส
ขนาดตั้งแต่ 50
แอมแปร์ขึ้นไปและชนิด 3 เฟส
ทุกขนาด
ต้องเป็นแบบที่ปลด-สับได้ขณะมีโหลด
(2)
เครื่องปลดวงจรต้องสามารถปลดวงจรทุกสายเส้นไฟได้พร้อมกันอย่างจงใจ
(3)
ที่เครื่องปลดวงจรต้องสามารถมองเห็นได้ว่า
อยู่ในตำแหน่งปลดหรือสับ
(4)
เครื่องปลดวงจรต้องมีพิกัดไม่น้อยกว่าเครื่องป้องกันกระแสเกินขนาดใหญ่สุดในระบบ
(5)
เครื่องปลดวงจรที่มีเครื่องห่อหุ้ม
ต้องสามารถปลดวงจรได้โดยไม่ต้องเปิดฝาเครื่องห่อหุ้ม
(6)
เครื่องปลดวงจรจะติดตั้งภายในหรือภายนอกอาคารก็ได้
แต่ต้องเลือกชนิดให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
และควรติดตั้งให้อยู่ใกล้กับแหล่งจ่ายไฟและสามารถเข้าปฏิบัติงานได้สะดวก
(7)
ห้ามต่อเครื่องอุปกรณ์ด้านไฟเข้าของเครื่องปลดวงจร
ยกเว้น
การต่อเข้าเครื่องวัด
คะแปซิเตอร์ สัญญานต่าง ๆ
เพื่อใช้ในวงจรควบคุมของเมนสวิตซ์
ที่ต้องมีไฟเมื่อเครื่องปลดวงจรอยู่ในตำแหน่งปลด
6.2
เครื่องป้องกันกระแสเกินระบบแรงต่ำ
(1)
เครื่องป้องกันกระแสเกินของเมนสวิตซ์จะต่อออกจากเครื่องปลดวงจรของเมนสวิตซ์
(2)
ห้ามติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกิน
ในสายเส้นที่มีการต่อลงดิน
ยกเว้น
เครื่องป้องกันกระแสเกินที่เป็นสวิตซ์อัตโนมัติซึ่งมีการตัดวงจรเมื่อมีกระแสไหลเกิน
(3)
เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องมีความสามารถตัดกระแสลัดวงจรสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นได้และต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า
10 กิโลแอมแปร์
(4) สวิตซ์อัตโนมัติ
ต้องเป็นชนิดที่ปลดได้โดยอิสระ
(trip free)
และต้องมีเครื่องหมายแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า
สวิตซ์อยู่ในตำแหน่งใด
(5)
เครื่องป้องกันกระแสเกินที่มีคุณสมบัติตามข้อ
4.6.1
ให้ทำหน้าที่เป็นเครื่องปลดวงจรได้
(6) การป้องกันกระแสเกิน
ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 4.4
สำหรับข้อที่นำมาใช้ด้วยได้
6.3
เครื่องปลดวงจรระบบแรงสูง
(1) เครื่องปลดวงจร
ต้องสามารถปลดวงจรของผู้ใช้ไฟออกจากระบบจำหน่ายของ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
โดยติดตั้งในบริเวณที่ดินของผู้ใช้ไฟ
ณ
ตำแหน่งที่ใกล้กับจุกแยกสายมากที่สุด
ในกรณีที่มีอุปกรณ์ป้องกันสำหรับเครื่องวัดแรงสูงที่ต้นทางให้ถือว่ามีเครื่องปลดวงจรแล้ว
(2) เครื่องปลดวงจร
ต้องปลดสายเส้นไฟทั้งหมดได้พร้อมกัน
ยกเว้น
ดรอปเอาท์ฟิวส์คัทเอาท์
ดิสคอนเนคติ้งสวิตซ์
(3)
กรณีที่เครื่องปลดวงจรเป็นชนิด
fuse cutout ชนิด drop out
ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าหรือโครงสร้างอื่น
ที่ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเสาไฟฟ้า
ไม่บังคับให้ปลดวงจรทุกสายเส้นไฟได้พร้อมกัน
นอกจากจะมีกำหนดไว้
โดยเฉพาะในเรื่องนั้น ๆ
(4)
เครื่องปลดวงจรที่เป็นฟิวส์สวิตซ์
หรือมีฟิวส์ประกอบ
ต้องสามารถตัดกระแสลัดวงจรในขณะสับเครื่องปลดวงจรได้
โดยเครื่องปลดวงจรไม่ชำรุด
(5)
เมนสวิตซ์ต้องมีหรือเตรียมการต่อสายทางด้านไฟออกลงดินไว้ให้พร้อม
เมื่อปลดโหลดออกจากแหล่งจ่ายไฟ
6.4
เครื่องป้องกันกระแสเกินระบบแรงสูง
(1) ในสายเส้นไฟทุกเส้น
จะต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกิน
(2) ถ้าใช้ฟิวส์
จะต้องมีค่ากระแสต่อเนื่องไม่เกิน
3 เท่า ของขนาดกระแสของตัวนำ
(3) ถ้าเป็นตัดตอนอัตโนมัติ (Circuit
breaker) จะต้องมีขนาดปรับตั้งไม่เกิน
6 เท่าของขนาดกระแสของตัวนำ
และมีคุณสมบัติดังนี้
ก. เป็นแบบปลดได้โดยอิสระ
และสามารถปลด-สับ ได้ด้วยมือ
ข.
สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าอยู่ในตำแหน่งปลดหรือสับ
ค.
ถ้าเป็นแบบปรับตั้งค่ากระแสหรือเวลาได้
ต้องออกแบบให้กระทำได้เฉพาะผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
ง.
มีเครื่องหมายแสดงพิกัดต่างๆ
ให้ชัดเจนและถาวร
แม้หลังจากติดตั้งแล้ว
(4)
เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องสามารถทำงานสัมพันธ์กับอุปกรณ์ป้องกันของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค